สูตรฮอร์โมนไข่
1 ไข่ไก่สด 5 กิโลกรัม
2) กากน้ำตาล 5 กิโลกรัม
3) ยาคูลท์ 1 ขวด
4) ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก
วิธีทำ
1. ชั่งกากน้ำตาลในถังที่จะใช้หมัก 5 กิโลกรัม
2. ใส่ไข่ไก่ลงไปทั้งฟองโดยยังไม่ต้องทุบให้แตก 5 กิโลกรัม
3. นำไม้ที่จะใช้คน กระทุ้งให้ไข่แตก โดยยังไม่ต้องคนจนกว่าไข่ทุกฟอง
จะแตกหมด
4. เติมยาคูลท์ลงไป
5. ลูกแป้งข้าวหมากให้ใส่ในถุงพลาสติก บี้ให้ป่นเป็นผงเสียก่อนจึงใส่ลงไป
6. จากนั้น คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
7. ปิดฝาให้สนิทเหลือช่องอากาศระหว่างน้ำฮอร์โมนกับฝาถังไม่เกิน 1 ฝ่ามือ เก็บไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก หมักไว้ 7 วันไม่ต้องคน จึงนำมาใช้ได้
วิธีใช้
ผสมฮอร์โมนไข่ 5-10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช ทั้งบนใบ และใต้ใบ ให้เปียกชุ่มโชกช่วงตอนเย็นใกล้พลบค่ำ หรือ ราดรดลงดินรอบทรงพุ่ม
ในอัตราส่วน 20-40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตรทุก 5-7วัน ต้นไม้จะเจริญสมบูรณ์แข็งแรงดี ให้ดอกผลเร็วเกินคาด ดินร่วนซุยดีขึ้น
***********
สูตรการผลิตจุลินทรีย์หน่อกล้วย
1 ขุดหน่อกล้วยที่เป็นต้นอ่อน(หน่อเขาวัว)ความสูงไม่เกิน 1 เมตร พร้อมดินที่ติดบริเวณรากหน่อกล้วยประมาณ 200 กรัม( 2 ขีด)
2 นำหน่อกล้วยและดินที่เก็บมานั้นมาสับให้แหลกละเอียด โดยจะได้น้ำหนักรวมกันทั้งดินและหน่อกล้วย ประมาณ 3 กิโลกรัม
3 นำแป้งข้าวหมาก 1 ลูกมาบดให้ละเอียด
4 นำกากน้ำตาล 1 กิโลกรัมมาละลายในน้ำสะอาด 3 ลิตร คนให้กากน้ำตาลละลาย
จนหมด จึงใส่แป้งข้าวหมากที่บดแล้วลงไป แล้วคนอีกครั้งให้แป้งข้าวหมากละลายหมด แล้วจึงเทสารละลายนี้ลงไปในถังพลาสติกทึบแสงที่มีฝาปิดได้
5 นำหน่อกล้วยและดินที่สับแล้วในข้อ 4.2 ลงผสมในถังดังกล่าว แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝาให้สนิท เก็บในที่ร่ม อย่าให้ถูกแสงแดด หมักเอาไว้ 7 วัน
6 หลังจาก 7 วันแล้วเปิดฝาคนอีกครั้ง แล้วกรองเอาแต่น้ำที่ได้มาใช้ในอัตราส่วน
น้ำชีวภาพจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ส่วนต่อน้ำสะอาด 50 ส่วน
นำมาราดรดลงบนพื้นที่เกษตรกรรม หรือราดรดต้นไม้บริเวณทรงพุ่ม หรือแปลงเพาะปลูกที่ต้องการ จะช่วยฟื้นสภาพดินให้กลับมามีชีวิตขึ้น ดินจะร่วนซุยขึ้น สภาพของดินจะอุดมสมบูรณ์ขึ้นมา มีการถ่ายเทอากาศในเนื้อดินมากขึ้น และช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้กลับดีขึ้นมาด้วย
สูตรปุ๋ยมูลสัตว์ดังนี้
1) มูลวัว-ควาย ที่แห้งแล้ว ปริมาณ 1 ปี๊บ
2) รำละเอียด ปริมาณ 1 ปี๊บ
3) แกลบดิบ 1 ปี๊บ
4) หัวเชื้อจุลินทรีย์จากหน่อกล้วย 1 ลิตร ผสมน้ำสะอาด 10 ลิตร
วิธีทำ
นำมูลวัว-ควายที่แห้งแล้วมากอง ผสมรำละเอียด แกลบดิบ คลุกเคล้าให้เข้ากันดี จากนั้นนำหัวเชื้อจุลินทรีย์จากหน่อกล้วยที่ผสมน้ำสะอาดแล้วใส่ฝักบัว(ที่ใช้รดน้ำต้นไม้) ราดลงไปบนกองปุ๋ยพอประมาณว่า สามารถจับปุ๋ยขึ้นมาปั้นเป็นก้อนได้เมื่อแบมือ(ความชื้นอยู่ที่ 35%)
จากนั้น นำปุ๋ยขึ้นมากองไว้บนพื้นซีเมนต์ ให้มีความหนาของกองประมาณ 1 คืบ แล้วคลุมด้วยกระสอบป่านที่นำมาเย็บติดกัน ทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน แต่ต้องกลับกองปุ๋ยวันเว้นวัน เมื่อครบระยะเวลา 15 วันจับดูว่าปุ๋ยนั้นไม่ร้อน น้ำหนักเบา มีราสีขาวหรือมีกลิ่นของราหรือกลิ่นคล้ายเห็ด แสดงว่าปุ๋ยนั้นใช้ได้แล้ว และสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน
เมื่อนำไปใช้
1) ควรใช้ตั้งแต่ในขั้นตอนของการเตรียมดิน โดยผสมคลุกเคล้ากับดินในแปลง
2) จากนั้น คลุมดินด้วยวัสดุพื้นบ้านที่หาได้ง่าย อาทิ ฟาง ใบไม้ หรือทางมะพร้าว
3) หมักดินในสภาพดังกล่าวไว้ 7 วันก่อนลงมือปลูกพืช
อัตราการใช้
1) ในนาข้าว ให้ใช้ 200 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ไร่
2) พืชไร่ หรือพืชผัก ให้ใช้ 2 กำมือ ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร
3) ไม้ยืนต้น หรือ พืชสวน ให้ใช้ 1 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร
การกำจัดเพลี้ยด้วยน้ำส้ม
สูตรการทำน้ำยากำจัดเพลี้ย
วิธีการทำส่วนผสมคือ
ก.ให้นำเหล้าขาว 38-40 ดีกรีมา 2 ส่วน
ข.นำน้ำส้มชายชูกลั่น(5%)มาจำนวน 1 ส่วน
ค.นำน้ำส้มควันไม้ มา ½ ส่วน
นำส่วนผสมทั้งหมดใส่รวมกันในภาชนะพลาสติก (ชนิดที่มีฝาปิดได้มิดชิด) คนให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดี แล้วหมักทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง
การนำไปใช้ฉีดพ่น ให้ทำการฉีดพ่นในเวลากลางวันแดดจัด(ประเภทเพลี้ยไฟ) นำน้ำยาที่หมักไว้นั้นมาผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วนน้ำยา 1/2 ลิตร ต่อน้ำสะอาด 20 ลิตร ให้ฉีดพ่นจนทั่วทรงพุ่ม ตั้งแต่ยอดจรดโคนต้น ให้ฉีดต่อเนื่อง 3 วัน จะทำให้เพลี้ยตายและจะให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นควรฉีดให้ต่อเนื่องจนครบ 7 วันจะทำให้ไข่เพลี้ยฝ่อลงไปด้วย และมดที่พาเพลี้ยมาบนต้นไม้ก็จะไม่มารบกวนอีก
ครูประเสริฐ สุขถาวร ได้พยายามคิดค้นหาทางออกให้แก่เกษตรกร เพื่อที่จะได้ลด ละ เลิก การใช้ยาเคมีปราบศัตรูพืชและได้ชี้ให้เห็นว่าทุกสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้า ได้ทรงสร้างมาไว้ให้กับมนุษย์นั้น เป็นส่วนประกอบซึ่งกันและกัน ต่างก็เป็นตุ้มถ่วงให้เกิดสมดุล ตามธรรมชาติ
